โครงการที่น่าประทับใจของเรา

ขณะที่ Hilti ได้ผลิตเครื่องมือเพื่อสร้างอาคารและสะพานต่างๆ ที่เป็นที่น่าประทับใจที่สุดในโลกหลายแห่ง เราได้สร้างสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นอีกมากมาย ต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วนของการลงทุนของเราเมื่อไม่นานมานี้ 

อุโมงค์ใต้ดิน ฮ่องกง

วิธีการแบบปลอดฝุ่นยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มกำลังการผลิตที่ โครงการรถไฟใต้ดินสาย South Island (ตะวันออก) 901

ในอุโมงค์ซึ่งการระบายอากาศในสภาพแวดล้อมปิดเป็นเรื่องท้าทายเป็นพิเศษ การกำจัดฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งสุขภาพของคนงานและกำลังการผลิต เช่นเดียวกับการก่อสร้างที่มีคุณภาพ
การดำเนินการในอดีตมุ่งเน้นไปที่การกำจัดฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง รวมไปถึงการเจาะ บดและตัดคอนกรีตในพื้นที่ปิดเช่นในอุโมงค์ ขั้นตอนเหล่านี้มักจะเป็นการกรองและใช้ปล่องควันดูด

อากาศออกไปจากพื้นที่ เพื่อที่คนงานจะได้ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ป้องกันส่วนตัวมากนัก แต่นี้ก็ทำให้โครงการมีระยะเวลาการทำงานที่ยาวขึ้น ใช้ต้นทุนสูงขึ้น เสียชั่วโมงแรงงานไปในการทำความสะอาดพื้นที่เพื่อการทำงานก่อสร้างต่อ เช่นการทำความสะอาดเพื่อติดตั้งเหล็กเส้น และต้องให้คนงานสวมเครื่องมือที่ไม่สะดวกสบาย
 

 

เทคโนโลยี SAFEset ของ Hilti เป็นกลยุทธ์ที่ต่างออกไป เพราะเป็นการมุ่งไปที่การทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีฝุ่นเกิดขึ้นจากการเจาะคอนกรีตเลย ผู้จัดการด้านความปลอดภัยของ Kier-Laing O'Rourke-Kaden Joint Venture (KLKJV) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการรถไฟใต้ดินสาย South Island (ตะวันออก) 901 ได้กล่าวว่า ทีมงานรู้สึกประทับใจกับเทคโนโลยีนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจาะโดยไม่ก่อให้เกิดฝุ่น

ด้วยเทคโนโลยี SAFEset ดอกสว่านที่กลวงจะกำจัดฝุ่นคอนกรีตด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่ติดอยู่ขณะที่เจาะรู นี่หมายความว่าคนงานจะไม่ต้องทำความสะอาดก่อนที่จะฉีดปูนเคมี และทำให้แน่ใจว่ากระบวนการติดตั้งเหล็กเส้นและความสามารถในการรับน้ำหนัก เป็นไปตามมาตรฐานสากล ประโยชน์ที่เพิ่มมาคือการลดปริมาณฝุ่นในสถานที่ปฏิบัติงานลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

KLKJV เห็นด้วยว่าวิธีปฏิบัติแบบไร้ฝุ่นนี้ควรนำไปใช้ที่หน่วยงานให้มากขึ้น นี่เป็นการผลักดันความตระหนักและพัฒนาการทำความเข้าใจโดยการที่ทำให้ผู้รับเหมานำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้ง่ายขึ้น
 

ชินคันเซ็น เอเชีย

รักษาความเร็วสูงสุดของรถไฟหัวกระสุนที่มีความโดดเด่นของญี่ปุ่น

เรามีเจตจำนงต่อผลิตภัณฑ์ของเราว่าเราเป็นผู้จัดหาตัวเลือกสำหรับโครงการที่มีความเร็ว ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นเครื่องหมาย 
โครงการที่กล่าวถึงในกรณีนี้คือรถไฟหัวกระสุนอันโด่งดังของประเทศญี่ปุ่น หรือชื่อที่รู้จักกันคือชินคันเซ็น เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงอันรวดเร็วซึ่งประเทศอื่นๆ ใฝ่ฝัน ซึ่ง Hilti ได้มีส่วนร่วมในการช่วยให้สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่น
ชินคันเซ็นประกอบด้วยรางที่มีความยาวประมาณ 2,600 ก.ม. และรถไฟที่มีความเร็วสูงสุด 320 ก.ม./ช.ม.  รวมไปถึงเส้นทางอื่นๆ ของสายรถไปกลับที่มีระยะทางสั้นกว่า

รถไฟโทไคโดชินคันเซ็นดั้งเดิมซึ่งเชื่อมโตเกียวและโอซาก้าเข้าด้วยกัน มีจำนวนผู้โดยสาร 151 ล้านคนต่อปี ทำให้เป็นรถไฟที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกัน โดยรถไฟสายนี้ให้บริการรถไฟที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีความถี่มากกว่ารถไฟความเร็วสูงส่วนใหญ่ ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้สูงสุด จะมีรถไฟให้บริการสูงสุดถึง 13 ขบวนต่อชั่วโมงสำหรับแต่ละเส้นทาง รถไฟที่มี 16 ตู้ทุกขบวนจะมีจำนวนที่นั่ง 1,323 ที่
ความตรงต่อเวลาของชินคันเซ็นเป็นที่จดจำ เวลาที่ล่าช้าต่อปีนั้นอยู่ในหลักวินาทีเท่านั้น และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยีที่สมบูรณ์และส่วนหนึ่งมาจากการบำรุงรักษาส่วนประกอบทั้งหมดอย่างดีเป็นพิเศษ

 

และส่วนนี้คือส่วนที่เครือข่ายจะต้องพึ่งพางานวิศวกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงในกรอบเวลาที่จำกัด เนื่องจากมีเวลาเพียงแต่ 4 ชั่วโมงต่อคืนในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมบนรางรถไฟ ซึ่งอยู่ระหว่างเวลาที่รถไฟขบวนสุดท้ายของวันนั้นๆ และรถไฟขบวนแรกของวันถัดไปออกวิ่งเพื่อให้บริการ

ทีมขายของ Hilti ในญี่ปุ่นตะวันออกให้บริการโดยเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาในการบำรุงรักษาชินคันเซ็น นั่นคือ Rent Corporation ในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับงานนี้ ตัวอย่างเช่น ประแจไร้สายสว่านชาร์จ รุ่น SIW 22 T-A ของเราสามารถทำให้งานสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น “มันสามารถปรับได้หลากหลาย มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นาน ชาร์จไฟเร็ว น้ำหนักเบาและไว้วางใจได้” โนบุอากิ อิชิกิ รองผู้จัดการทั่วไปของ Rent Corporation ในญี่ปุ่นตะวันออกกล่าวสรุป
นอกจากการจัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม Hilti เสนอชุดโซลูชั่นสำหรับธุรกิจ รวมไปถึงตัวเลือกในการซื้อหรือเช่นผลิตภัณฑ์ของเรา ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า “เรามีบริการบริหารเครื่องเช่า (Fleet management) สำหรับคู่สัญญารายใหญ่อย่างชินคันเซ็น” ฮิเดคาสุ ทาคาฮาชิ ผู้บริหารลูกค้าของหน่วยธุรกิจการเช่าของ Hilti ในญี่ปุ่น กล่าวเพิ่มเติม

“นี่เป็นโครงการที่น่าตื่นเต้นมากในการทำงาน” เขากล่าวต่อ “ชินคันเซ็นได้เชื่อมเมืองใหญ่ๆทั้งหมดบนเกาะฮอนชูและคิวชูเอาไว้ และมีแผนว่าจะให้บริการไปถึงเกาะทางเหนืออย่างฮอกไกโดในปี 2559 ด้วย การได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาใหม่นี้เป็นสิ่งที่ดีมาก” 

MAX IV LAB ยุโรป

วิทยาศาสตร์อันก้าวหน้าในสวีเดน

เรายินดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห้องปฏิบัติการแห่งใหม่ MAX IV laboratory ที่มหาวิทยาลัยลุนด์ (Lund University) สถานที่ซึ่งมีแหล่งกำเนิดแสงซิงโครทรอนชั้นนำของโลกและโครงการโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดนตั้งแต่มีมา

MAX IV เป็นโครงการพัฒนาระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อเดือนกันยายน 2558 และมีกำหนดเริ่มผลิตแสงในวันครีษมายันปี 2559

ในโลกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยลุนด์ขึ้นชื่อเรื่องสาขาอย่าง เคมีและฟิสิกส์ การแพทย์และวิศวกรรมเครื่องกล  นอกจากนี้ยังเป็นที่กำเนิดของ MAX-lab ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกใช้รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าซิงโครทรอนเพื่อทำการวิจัยในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ โบราณคดี นาโนเทคโนโลยีไปจนถึงอิเล็กตรอน สเปกโตรสโคปี

MAX IV เป็นห้องปฏิบัติการในยุคหน้าของ MAX-lab ซึ่งมีระบบลำเลียงแสง 28 ระบบ และสถานีทดลอง 19 สถานีสำหรับนักวิจัยถึง 2,000 คนต่อปี 

ด้วยความสามารถในการรองรับที่มากกว่าห้องปฏิบัติการที่มีมาก่อนหน้านี้คือ MAX I, MAX II and MAX III ถึงเท่าตัว โครงสร้างของห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะต้องใช้เทคโนโลยีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด ควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดตามที่เหมาะกับศูนย์วิจัยประเภทนี้

การก่อสร้างเป็นการร่วมทุนโดยผู้พัฒนาทรัพย์สินชาวสวีเดน Peab และ Wihlborgs พวกเขาใช้บริการของ Hilti สำหรับระบบการวัด การฝังยึด การยึดตรึง และการติดตั้ง รวมถึงไปการใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของเราด้วย เราใช้ทีมช่างฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนและจัดหารางที่ออกแบบให้เฉพาะรวมไปถึงให้เทคนิคด้านการยิงตะปูยึดเกี่ยวซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าประหยัดเวลาและต้นทุนมากกว่าระบบแบบดั้งเดิมอย่างมาก

ในระหว่างนั้น เราได้ทำงานกับ Imtech Nordic ในการติดตั้งระบบให้ความร้อน ขจัดสิ่งสกปรก ฉีดน้ำ และแปรรูป สำหรับอาคารที่ความมั่นคงจะต้องมากกว่าแค่การทดสอบให้ผ่าน จะต้องมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง ต่อการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน วิศวกรของเราอยู่ที่หน่วยงานก่อสร้างเพื่อช่วยวางแผนและคำนวณ และเพื่อให้แน่ใจว่ามีการจัดหาวัสดุติดตั้งที่มีคุณภาพโดยไม่มีอุปสรรค

ตัวอย่างเช่น คานได้รับการจัดเตรียมด้วยเครื่องมือของ Hilti ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างมากในด้านความเร็วและความมีประสิทธิภาพ อย่างที่คริสเตอร์ แอนเดอร์สัน ผู้จัดการโครงการที่ Imtech Nordic อธิบายว่า “คานได้ถูกตัด กำหนดจุด และขนส่งมาเป็นส่วนๆ ซึ่งหมายความว่าประหยัดเวลาไปได้ 30% ของระยะเวลาในการก่อสร้าง”

การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลักๆ ระยะแรกคือ อุโมงค์คอนกรีตยาว 420 เมตรกว้าง 10 เมตรและมีความหนาของกำแพงไม่เกิน 2 เมตร เพื่อใช้ตั้งเครื่องเร่งอนุภาคซิงโครทรอนในแนวตรง ระยะที่สองคือส่วนของห้องปฏิบัติการใหม่ เป็นอาคารทรงกลม เพดานสูง 12 เมตร และเส้นรอบวง 650 เมตร เพื่อใช้วางวงแหวนกักเก็บอนุภาคขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสำนักงานใหม่และศูนย์ผู้เยี่ยมชม เช่นเดียวกับอาคารด้านเทคนิคอีกหลายแห่ง โดยรวมแล้วมีอาคาร 20 แห่งโดยมีเพื่อที่รวม 50,000 ตารางเมตร

ด้วยการลงทุนใน MAX IV คาดว่าพื้นที่ในเมืองลุนด์ของสวีเดนจะเกิดเป็นเขตเมืองใหม่ที่ดึงดูดธุรกิจ ผู้อยู่อาศัย และผู้เยี่ยมเยียนมายังภูมิภาค เมื่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ผู้คนประมาณ 50,000 คนจะทำงานและอาศัยในเขตเมืองใหม่

การได้รู้ว่าคุณได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้นเป็นเรื่องดีเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการลงทุนดั้งเดิมนั้นเป็นปรากฏการเช่นเดียวกับ MAX IV

สนามกีฬายูเอส แบงก์ สเตเดียม (US Bank Stadium) อเมริกาเหนือ

สร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆ ของมินเนโซต้า ไวกิ้งส์

การได้สร้างสิ่งปลูกสร้างที่จะเป็นเส้นขอบฟ้าของเมืองนั้นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสมอ ส่วนโครงการนี้ยิ่งน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะเป็นการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ในมินเนอาโปลิส นี่จะเป็นการเปลี่ยนทัศนียภาพของกีฬาที่เป็นที่นิยมที่สุดของอเมริกา 
สนามกีฬายูเอส แบงก์ สเตเดียม เป็นสนามเหย้าแห่งใหม่อันน่าตะลึงของมินเนโซต้า ไวกิ้งส์ แห่ง NFL และเป็นสนามที่ถูกเลือกให้ใช้สำหรับงาน Super Bowl LII ในปี 2561 เช่นเดียวกับ รอบสี่ทีมสุดท้ายของบาสเกตบอลชาย NCAA ในปี 2062 ดังนั้นเราจึงภาคภูมิใจอย่างมากที่จะบอกว่าเครื่องมือและทีมงานของเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้

ด้วยความสูงกว่า 30 ชั้น สนามกีฬายูเอส แบงก์ สเตเดียม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมินเนอาโปลิส สนามกีฬานี้มีการออกแบบที่โดดเด่นสามารถรองรับคนได้ถึง 73,000 คนซึ่งภายในประกอบไปด้วยห้องสูท 131 ห้อง ที่นั่งสโมสร 8,000 ที่นั่ง ร้านค้า 430 ร้าน และพิพิธภัณฑ์และหอเกียรติยศของไวกิ้งส์ มีหลังคาเป็นหลังคาลาดโปร่งแสง ซุ้มประตูและหน้าต่างด้านหน้าที่เคลื่อนย้ายได้ เพื่อที่ผู้ชมจะได้ดูการแข่งขันในสภาพอากาศที่ดี และอบอุ่นสบายในวันที่ฝนตก รวมไปถึงได้ดื่มด่ำไปกับแสงธรรมชาติและวิวอันสวยงามของเมืองตลอดเวลา

โครงการมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์นี้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Hilti ตั้งแต่เริ่มต้น และยิ่งไปกว่านั้นเราได้จัดหาเทคโนโลยี บริการ และผู้เชี่ยวชาญพร้อมทีมงานตลอดทั้งงาน 

 

เมื่อเป็นโครงการสนามกีฬาขนาดใหญ่ เราเชื่อว่าไม่มีคำว่าเร็วเกินไปที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม เราจึงให้บุคคลากรที่เหมาะสมเข้าพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจหลัก เรามีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับ HKS ซึ่งเป็นสถาปนิกและ Mortenson ซึ่งเป็นน็นผู้พัฒนาแล้ว เราจึงสร้างตนเองให้คุ้นเคยกับทีมงานอื่นๆ ในโครงการ

เราต้องรู้จักกับผู้รับเหมาทุกรายในหน่วยงาน รวมไปถึงการค้าขายและงานของเขา เพื่อที่เราจะได้สามารถเข้าใจการก่อสร้างต่างๆ และความจำเป็นทางวิศวกรรม และแนะนำเครื่องมือที่มีปะสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับแต่ละงาน
ในฐานะผู้จัดการในระดับภูมิภาคของ Hilti เคิร์ท เลห์แมน อธิบายว่า “การที่มีผู้รับเหมากว่า 100 ราย ซึ่งทำงานตามเวลาที่กำหนดซึ่งแตกต่างกันนั้น ทำให้การติดตามดูว่าใครเป็นใครเป็นเรื่องที่ท้าทายแต่ก็จำเป็น”
ในส่วนการก่อสร้าง เราใช้วิธี ‘สูง ลึก และกว้าง’ เราทำระบบป้องกันไฟและควันลามหลักทั้งหมดของสนามกีฬา และพุกยึด     ซึ่งพุกรุ่น HY 200 Safe Set ของเราได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในโครงการของไวกิ้งส์ โดยได้ใช้ในสนามกีฬาที่ซาน ฟรานซิสโก ไจแอนท์ และแอตแลนตา ฟอลคอนส์

แต่สนามกีฬายูเอส แบงก์ สเตเดียมนั้นเป็นมากกว่าสนามสำหรับจัดการแข่งขันระดับประเทศ เพราะนี่เป็นทรัพย์สินของเมืองมินเนอาโปลิส ซึ่งสามารถใช้งานได้ 355 วันต่อปี ในการจัดงานของรัฐเช่นงานกีฬาโรงเรียนมัธยมและมือสมัครเล่น งานฉลองทางวัฒนธรรม งานประชุมทางธุรกิจและคอนเสิร์ต นอกจากนั้น สำหรับ Hilti การได้เข้าสู่สังคมที่กว้างขึ้นยิ่งเป็นโชคสองชั้น