พ.ศ.2483 - พ.ศ.2492

เมื่อปี พ.ศ.2484 สองพี่น้อง ยูจีนและมาร์ติน ฮิลติ ก่อตั้ง ‘แมชชีนเนนบาว ฮิลติ โอเอชจี’ เป็นโรงงานเครื่องจักรที่มีคนงาน 5 คน ตั้งอยู่ที่เมืองชาน (Schaan) ซึ่ง ประเทศลิกเตนสไตน์

พ.ศ.2493 – พ.ศ.2502

เราได้ก้าวเข้าสู่ระดับนานาชาติครั้งแรกและขยายกิจการไปสู่ประเทศอิตาลี

เราได้ตั้งหลักการความปลอดภัย DX ด้วยเทคนิคการยึดโดยกระตุ้นด้วยดินปืน

เราได้รับรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ iFProduct Design Award ครั้งแรก สำหรับอุปกรณ์ฝังยึดคอนกรีตดั้งเดิม Schlagdübel Gerät

พ.ศ.2503 – พ.ศ.2512

เราได้สร้างโมเดลการขายตรงและการตลาดขึ้น ซึ่งยังคงมีเอกลักษณ์ในอุตสาหกรรม 

เราขยายกิจการไปสู่ระบบการเจาะและฝังยึด

เราจัดตั้งศูนย์เทคนิคในการวิจัยและพัฒนาที่เมืองชาน ประเทศลิกเตนสไตน์

พ.ศ.2513 – พ.ศ.2522

เราขยายฐานการผลิตไปยังออสเตรียและเยอรมนี
 

พ.ศ.2523 – พ.ศ.2532

เราก่อตั้งกองทรัพย์สินครอบครัวของมาร์ติน ฮิลติ (Martin Hilti Family Trust) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ระยะยาวของบริษัท
เราเข้าสู่ตลาดเครื่องเจาะแบบหัวเจาะเพชร ตัวยึดด้วยสกรู และเคมีภัณฑ์ในตลาดงานก่อสร้าง
 
เราก่อตั้งศูนย์การพัฒนาในเยอรมนี
 
เราเปิดหน่วยการผลิตในฮังการี 
 

พ.ศ.2533 – พ.ศ.2542

ในปี พ.ศ.2537 ไมเคิล ฮิลติ เป็นประธานกรรมการบริษัท ในการบริหารงานด้านปฏิบัติการของกลุ่มบริษัทฮิลติ โดยแยกห่างจากครอบครัวฮิลติ
 
พ.ศ.2539 กองทรัพย์สินครอบครัวของมาร์ติน ฮิลติ ได้ก่อตั้งมูลนิธิฮิลติขึ้นเป็นหน่วยงานการกุศล
 
เราได้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องโดยการเปิดตัวระบบกำหนดตำแหน่งด้วยเลเซอร์ ซึ่งได้แพร่หลายไปยังหน่ายงานก่อสร้างทั่วโลก
 
เราเปิดโรงงานผลิตที่เมืองจ้านเจียง ประเทศจีน 

พ.ศ.2543 – พ.ศ.2552

พ.ศ.2543 เราเป็นผู้ร่วมก่อดั้ง UNITECH International ซึ่งเป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับนักศึกษาวิศวกรรมที่เก่ง
 
พ.ศ.2545 เราร่วมก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติ Rheintal ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนสามประเทศในลุ่มแม่น้ำไรน์
 
Iพ.ศ.2546 เราลงนามข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีหลักการในเรื่องสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นตัวอย่างที่ดีของเราได้รับรางวัลคาร์ล เบอร์เทลสมันต์ (Carl Bertelsmann Prize) อันทรงเกียรติ
 
ระหว่างปี พ.ศ.2549 และ พ.ศ.2552 มูลนิธิฮิลติได้สนับสนุนการขุดค้นหาเมืองโบราณที่ ‘สูญหาย’ เช่นท่าเรือโบราณอเล็กซานเดรีย นี่ทำให้เกิดเป็นงานนิทรรศการสาธารณะแสดงสมบัติที่จมหายของอียิปต์ ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าชมแล้วกว่าสามล้านคนทั่วโลก
 
เราเริ่มเปิดให้บริการด้านการเช่าเครื่องมือของฮิลติที่เป็นนวัตกรรม
 
เราเปิดศูนย์การผลิตและพัฒนาในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
 
 
เราเปิดศูนย์การผลิตในมาตาโมรอส ประเทศเม็กซิโก
 
เราซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท บูคานวาลา ไดอะมอน ซิสเตม จำกัด ในประเทศอินเดีย

พ.ศ.2553

ทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ของเราชนะรางวัล Red Dot Design Team of the Year ที่น่ายกย่อง

พ.ศ.2554

หลังจากเหตุแผ่นดินไหวในเฮติ เมื่อปี 2553 มูลนิธิฮิลติได้ร่วมทีมกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Build Change ก่อสร้างบ้านที่ทนต้านแผ่นดินไหวขึ้นใหม่

พ.ศ.2555

เราได้วางศิลาฤกษ์สำหรับศูนย์นวัตกรรมระดับโลก ที่เทศบาลชาน ประเทศลิกเตนสไตน์

พ.ศ.2556

เราเปิดศูนย์เลี้ยงเด็กของฮิลติที่เมืองชาน ประเทศลิกเตนสไตน์

พ.ศ.2557

คริสตอฟ ลูส มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 
 
วิศวกรการวิจัยและพัฒนากลุ่มแรกย้ายมาที่ศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ ที่อยู่ในเมืองชาน ประเทศลิกเตนสไตน์

พ.ศ.2558 

เราชนะรางวัลการออกแบบt iF Design Awards และติดอันดับ 100 บริษัทที่ดีที่สุดในการทำงานด้วย ของ Fortune. 
 
เราได้รับการยอมรับจาก Chief Executive ในฐานะบริษัทเอกชนที่มีการพัฒนาด้านความเป็นผู้นำเป็นอันดับที่สอง
 
เราย้ายสำนักงานใหญ่ในอเมริกาเหนือจากทัลซา โอคลาโฮมา ไปยัง พลาโน เท็กซัส. 
 
เราเปิดศูนย์การวิจัย Western Hemisphere ในเออร์วิง เท็กซัส